
โปรแกรม PICO VIVO คืออะไร? Picosecond Laser สำหรับดูแลเม็ดสี รอยดำ และคุณภาพผิว
ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยดำหลังสิว หรือสีผิวที่ดูไม่สม่ำเสมอ สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การอักเสบของผิว อายุ รวมถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่งแต่ละปัญหามีลักษณะและระดับความลึกของเม็ดสีแตกต่างกัน
หนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้เพื่อดูแลปัญหาเกี่ยวกับเม็ดสีคือ โปรแกรม VIVO PICO เทคโนโลยีเลเซอร์ในกลุ่ม Picosecond Laser ที่ปล่อยพลังงานออกมาในช่วงเวลาสั้นมากระดับพิโควินาที เพื่อส่งพลังงานไปยังเป้าหมายอย่างเม็ดสีใต้ผิว
นอกจากการดูแลปัญหาเม็ดสีแล้ว Picosecond Laser ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการดูแลคุณภาพผิวตามโหมดและการตั้งค่าที่แพทย์เลือกใช้ โดยการรักษาควรออกแบบให้เหมาะกับปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคล

โปรแกรม PICO VIVO ทำงานอย่างไร?
หลักการสำคัญของ Picosecond Laser คือการปล่อยพลังงานเลเซอร์ออกมาเป็นช่วงเวลาสั้นมากในระดับ Picosecond หรือหนึ่งในล้านล้านส่วนของวินาที เมื่อพลังงานถูกส่งไปยังเม็ดสีเป้าหมาย จะเกิดปฏิกิริยาที่ช่วยทำให้เม็ดสีแตกตัวออกเป็นอนุภาคที่มีขนาดเล็กลง ก่อนที่ร่างกายจะค่อย ๆ จัดการกับอนุภาคเหล่านั้นผ่านกระบวนการตามธรรมชาติ
ด้วยเหตุนี้ Picosecond Laser จึงถูกนำมาใช้ในการดูแลปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเม็ดสีหลายประเภท แต่การตั้งค่าพลังงาน จำนวนครั้ง และเทคนิคในการยิงจะต้องแตกต่างกันตามลักษณะของปัญหา ตัวอย่างเช่น รอยดำหลังสิว กระ หรือปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ไม่ควรใช้แผนการรักษาแบบเดียวกันทั้งหมด โดยเฉพาะฝ้า ซึ่งเป็นภาวะเม็ดสีที่มีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายด้านและสามารถกลับมาเข้มขึ้นได้หากได้รับการกระตุ้นอย่างไม่เหมาะสม

จุดเด่นของโปรแกรม PICO VIVO
1. เทคโนโลยี Picosecond Laser
PICO VIVO ใช้หลักการของ Picosecond Laser ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่การปล่อยพลังงานในช่วงเวลาที่สั้นมาก ทำให้สามารถนำพลังงานไปใช้กับเป้าหมายที่เป็นเม็ดสีได้
แพทย์สามารถปรับรูปแบบการรักษาให้เหมาะกับลักษณะของเม็ดสีและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
2. ดูแลปัญหาเม็ดสีได้หลายรูปแบบ
ปัญหาเม็ดสีบนใบหน้าไม่ได้มีเพียงประเภทเดียว PICO VIVO จึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการวางแผนดูแลปัญหาต่าง ๆ เช่น
-กระและจุดด่างดำ
-รอยดำหลังการอักเสบหรือรอยดำจากสิว
-สีผิวที่ดูไม่สม่ำเสมอ
-ปัญหาเม็ดสีบางประเภทที่แพทย์ประเมินแล้วว่าเหมาะสม
-ฝ้าในกรณีที่แพทย์ประเมินและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
-สิ่งสำคัญคือการวินิจฉัยประเภทและระดับความลึกของเม็ดสีก่อนเริ่มรักษา เพราะเม็ดสีแต่ละชนิดตอบสนองต่อพลังงานแตกต่างกัน
3. สามารถวางแผนดูแลคุณภาพผิวร่วมด้วย
นอกจากการใช้พลังงานเพื่อจัดการกับเม็ดสีแล้ว เทคโนโลยี Picosecond Laser ยังสามารถนำมาใช้ในแนวทางการดูแลคุณภาพผิวได้ตามโหมดและการตั้งค่าของเครื่อง
จึงเหมาะกับผู้ที่มีความกังวลทั้งเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ รอยต่าง ๆ บนใบหน้า และต้องการดูแลภาพรวมของผิวควบคู่กัน โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณารูปแบบการรักษาที่เหมาะสม
4. หลังทำผิวจะไม่มีรอยแดง สามารถใช้ชีวิตประจำวันต่อได้
อีกหนึ่งจุดเด่นของโปรแกรม PICO VIVO คือในการรักษาบางโหมดและระดับพลังงานที่เหมาะสม
ผิวจะไมมีรอยแดงหลังทำ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
เนื่องจากเทคโนโลยี Picosecond Laser ปล่อยพลังงานออกมาในช่วงเวลาที่สั้นมาก จึงสามารถส่งพลังงานไปยังเป้าหมายได้ในระยะเวลาสั้น

โปรแกรม PICO VIVO ช่วยดูแลเรื่องอะไรบ้าง?
โปรแกรม PICO VIVO สามารถนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการดูแลผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับ
-กระและจุดด่างดำ
พลังงานเลเซอร์สามารถกำหนดเป้าหมายไปยังเม็ดสีที่ต้องการดูแล โดยจำนวนครั้งในการรักษาขึ้นอยู่กับชนิด ความลึก และปริมาณของเม็ดสี
-รอยดำจากสิว
รอยดำหลังการอักเสบ หรือ Post-Inflammatory Hyperpigmentation (PIH) เกิดจากการสร้างเม็ดสีที่เพิ่มขึ้นหลังผิวเกิดการอักเสบ ซึ่งแพทย์สามารถประเมินและเลือกแนวทางการใช้เลเซอร์ให้เหมาะสมได้
-สีผิวไม่สม่ำเสมอ
ในผู้ที่มีเม็ดสีกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ สามารถวางแผนใช้ Picosecond Laser เพื่อดูแลภาพรวมของสีผิวได้ตามความเหมาะสม
-ฝ้า
ฝ้าเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนมากกว่าจุดด่างดำทั่วไป และสัมพันธ์กับหลายปัจจัย เช่น แสงแดดฮอร์โมน และการอักเสบ การใช้เลเซอร์จึงควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ และอาจต้องใช้ร่วมกับการดูแลรูปแบบอื่น

โปรแกรม PICO VIVO เหมาะกับใคร?
PICO VIVO อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับ
-ผู้ที่มีปัญหากระหรือจุดด่างดำ
-ผู้ที่มีรอยดำหลังสิว
-ผู้ที่กังวลเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ
-ผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาเม็ดสีเฉพาะจุด
-ผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวร่วมกับปัญหาเม็ดสี
-ผู้ที่มีปัญหาฝ้า
ทำ PICO VIVO กี่ครั้ง?
จำนวนครั้งในการทำ PICO VIVO ไม่สามารถกำหนดเป็นตัวเลขเดียวสำหรับทุกคนได้ เพราะขึ้นอยู่กับประเภทของปัญหา ความลึกของเม็ดสี สีผิวเดิม การตอบสนองต่อพลังงาน และแผนการรักษาของแพทย์
บางปัญหาอาจต้องดูแลต่อเนื่องหลายครั้ง ขณะที่เม็ดสีบางชนิดอาจตอบสนองแตกต่างกันออกไป
แพทย์จึงควรประเมินผลหลังการรักษาแต่ละครั้งก่อนกำหนดแนวทางในครั้งถัดไป แทนการเพิ่มพลังงานหรือจำนวนครั้งโดยไม่พิจารณาการตอบสนองของผิว

หลังทำโปรแกรม PICO VIVO ควรดูแลตัวเองอย่างไร?
หลังทำเลเซอร์ ผิวของแต่ละคนอาจมีการตอบสนองแตกต่างกัน เช่น รู้สึกอุ่น แดง หรือไวต่อการระคายเคืองในช่วงแรก โดยขึ้นอยู่กับโหมด พลังงาน และบริเวณที่รักษา
ในช่วงหลังทำควร
-ดูแลผิวอย่างอ่อนโยนและหลีกเลี่ยงการขัดหรือถูผิวแรง ๆ
-เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างเหมาะสม
-ทาครีมกันแดดเป็นประจำ
-หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด
-หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองในช่วงที่ผิวยังไว
-ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หลังเข้ารับบริการ
โดยเฉพาะผู้ที่เข้ารับการรักษาปัญหาเม็ดสี การป้องกันแสงแดดถือเป็นส่วนสำคัญของการดูแลต่อเนื่อง เพราะรังสี UV สามารถกระตุ้นกระบวนการสร้างเม็ดสีของผิวได้

ทำไมการประเมินเม็ดสีก่อนทำ PICO VIVO จึงสำคัญ?
แม้กระ ฝ้า รอยดำ และจุดด่างดำจะมองเห็นเป็นสีเข้มบนผิวคล้ายกัน แต่กลไกการเกิดและตำแหน่งของเม็ดสีอาจแตกต่างกัน
การยิงเลเซอร์โดยพิจารณาเพียงว่าบริเวณนั้นมีสีเข้ม โดยไม่ได้แยกประเภทของปัญหา อาจทำให้เลือกพลังงานหรือแนวทางการรักษาไม่เหมาะสม
แพทย์จึงควรประเมินชนิดของเม็ดสี สภาพผิว ประวัติการรักษา และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ก่อนเลือกโหมดและพลังงานสำหรับแต่ละบุคคล
โปรแกรม PICO VIVO ที่ลอตเต้คลินิก
ที่ลอตเต้คลินิก การทำโปรแกรม PICO VIVO จะเริ่มจากการประเมินปัญหาผิวและลักษณะของเม็ดสีก่อนวางแผนการรักษา เพื่อให้แพทย์สามารถเลือกแนวทางการใช้พลังงานให้สัมพันธ์กับปัญหาของแต่ละบุคคล
ไม่ว่าจะเป็นกระ จุดด่างดำ รอยดำจากสิว สีผิวไม่สม่ำเสมอ หรือปัญหาเม็ดสีอื่น ๆ การวางแผนจะพิจารณาทั้งชนิดของปัญหา สภาพผิว และการตอบสนองต่อการรักษา
เพราะการทำ Picosecond Laser ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้พลังงานสูงหรือจำนวน Shot เพียงอย่างเดียว แต่สิ่งสำคัญคือการวิเคราะห์ปัญหาให้ถูกต้อง และเลือกพลังงานให้เหมาะกับผิวของแต่ละบุคคล
ผลลัพธ์และการตอบสนองต่อการรักษาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนเข้ารับบริการ